AGIT.in.th
Agriculture & Information Technology
วิทยาการคอมพิวเตอร์กับการพัฒนาการเกษตร

การใช้เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดใหม่ แต่ประเทศไทยยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีแบบจริงจังด้านนี้ค่อนข้างน้อย แต่แนวโน้มในการใช้งานก็มีมากขึ้น โดยจะเห็นได้จากองค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ ที่มี software ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรเกือบทุกแขนง หรือแม้กระทั่งการใช้ sensor ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่นความชื้นดิน ข้อมูลอากาศ ข้อมูลการเจริญเติบโตของพืช เมื่อมีข้อมูลมากขึ้น หรือมากพอ การประยุกต์ใช้ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ย่อมเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการบริหารจัดการข้อมูล

การบริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบบเต็มรูปแบบนั้น จะต้องมีการพัฒนาการใช้ตั้งแต่ระดับแปลง จนถึงขั้นสุดท้ายของกระบวนการผลิต โดยระบบต่างๆ ที่เกี่ยวโยงกัน มีการวิเคราะห์สภาพพื้นที่ หาศักยภาพในการผลิต เพื่อเพิ่มเติมปัจจัยในการผลิต การตัดสินใจและการวางแผนการผลิต เพื่อให้ทุกอย่างพร้อม โดยอาศัยข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหรือฐานข้อมูลที่มีการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา ตามภาวะของสภาพปัจจุบัน เช่นการตลาด การขนส่ง ราคาน้ำมัน ราคาปัจจัยการผลลิต หรือแม้แต่ราคาพืชผล โดยเกษตรกรหรือผู้ที่ใช้เทคโนโลยี สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยผ่านโปรแกรม หรือ software ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งเชื่อมต่อกับข้อมูลภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมในขณะนั้นได้ทันที

การใช้งานในระบบ อาจจะสร้างความสะดวกให้กับผู้ที่ดำเนินการ สามารถสั่งงานผ่านระบบได้ทุกที่ ทั่วโลก ไม่เสียเวลา ปัจจัยการผลิตทุกอย่างสามารถควบคุมได้

ในส่วนของผู้รับซื้อ หรือโรงงานก็จะมีระบบ software เพื่อประมวลผลการผลิตได้ทันที สามารถวิเคราะห์ถึงผลผลิตที่จะป้อนเข้าโรงงาน รวมถึงวางแผนงานต่างๆ เพื่อรองรับต่อสถานการณ์ต่างๆ

หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็สามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อเป็นฐานข้อมูลระดับที่ใหญ่ขึ้น เช่นระดับอำเภอ จังหวัด หรือระดับประเทศต่อไป

ทั้งหมดนี้อาจจะเชื่อมโยงกันด้วยระบบ web service ซึ่งไม่ใช่การทำงานของคน แต่เป็นการทำงานโดยระบบ ซึ่งถูกตั้งค่าโปรแกรมไว้แล้ว (จะได้กล่าวในภายหลังครับว่ามันคืออะไร แต่ที่แน่ๆ จะต้องมีการใช้ความรู้และเทคนิคเกี่ยวกับ XML + HTTP + SOAP + WSDL + UDDI ครับ) ก็จพมีความสมบูรณ์มากขึ้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ ไปวิเคราะห์ต่อได้ เป็นผลดีต่อภาพรวมของระบบ

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ย่อมต้องการโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโครงข่าย Internet ที่มีประสิทธิภาพ เพราะการเข้าถึงข้อมูลและฐานข้อมูลที่อยู่ต่างกันหลายที่ หากระบบ Internet มีประสิทธิภาพต่ำ ย่อมส่งผลต่อการปฏิบัติงาน ทำให้ไม่มีความคล่องตัวที่จำใช้ระบบ อาจจะเป็นเพียงแค่ระบบที่สวยหรู แต่ไม่สามารถใช้งานได้

พูดถึงจุดนี้คงต้องแตะนโยบายของรัฐบาลสักเล็กน้อย เกี่ยวกับนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ ใน พ.ศ.นี้ การนำ Internet ความเร็วสูงเข้าสู่ชุมชนมากขึ้น หากเป็นความจริงที่เริ่มใกล้เข้ามาก็คงเป็นประโยชน์ต่อด้านนี้เป็นอย่างยิ่ง รวมถึงด้านอื่นๆ แต่หากขาดการวางแผนรองรับระยะยาว อาจจะเป็นการแค่ขายฝันให้เกษตรกร แต่อย่างน้อยเราก็ได้ผ่านคำว่าเริ่มต้น เพื่อเข้าสู่การพัฒนาระดับต่อไป…

ภาพจาก : http://www.git.edu/cse/images/stories/Department/workshop.jpg และ http://www.njf.nu/filebank/images/20080411$101339$img$RI69tSDlnhvlDcUrSneM.jpg

Leave a Reply