เพื่อการเกษตร (sensor for agriculture)

17 กรกฎาคม 2016 3:10 pm โดย Samran Saensupo
0
1861

ในยุคสมัยนี้เมื่อกล่าวถึงเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว ทุกคนเข้าถึง ทุกคนเคยใช้อาจจะทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว อย่างน้อย ๆ เวลาเราเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ เดินเข้าห้าง มีประตูเลื่อนเปิดต้อนรับเรา โดยไม่มีใครมาคอยเปิดให้ นั่นเพราะมีเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว หรือตอนเราขับรถด้วยความรีบเร่งเกินอัตรากฎหมายกำหนด อยู่ ๆ หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีใบสั่งจากกรมตำรวจให้ไปจ่ายเงินค่าปรับ ทั้ง ๆ ที่ก็สังเกตุดีแล้วนะว่าไม่มีด่านตรวจ นั่นก็เพราะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นตรวจจับความเร็วรถ อ่านป้ายทะเบียนรถ ถ่ายภาพรถ ถ่ายภาพคน ล้วนใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์มาช่วยทั้งสิ้น

OPTRX-base2ในแง่ของการเกษตรแล้ว ปัจจุบันเทคโนโลยีเซ็นเซอร์เริ่มถูกลงมาก ทำให้มีการปรับใช้กับการเกษตรมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มผลผลิต หรือช่วยในการบริหารจัดการ โดยในส่วนของประเทศไทยมีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่ศึกษาวิจัยเรื่องเซ็นเซอร์ โดยเฉพาะสำหรับการจัดการน้ำ การจัดการความชื้นดิน และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ  เช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC)  ก็ได้จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (Thai Microelectronics Center:TMEC) เพื่อศึกษาเทคโนโลยีเหล่านี้ทั้งในด้านอุตสาหกรรมอื่น ๆ และการเกษตรด้วย แต่ทั้งนี้การน้ำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้ในทางเกษตรยังเกิดขึ้นค่อนข้างน้อย ส่วนมากจะเป็นเรื่องของตรวจวัดภูมิอากาศมากกว่า เช่นปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ ความชื้น ซึ่งจำเป็นระดับหนึ่งในการเกษตร แต่ก็ยังสามารถนำมาจัดการเพื่อการเพิ่มผลผลิตได้ไม่มากนัก
เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ที่เป็นแนวทางในการพัฒนาด้านการเกษตรโดยเฉพาะการผลิตพืช คงหนีไม่พ้นเรื่องของความชื้นดิน และตรวจวัดแร่ธาตุอาหารในดิน ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยก็มีการพัฒนาเรื่องระบบวัดความชื้นดินมาพอสมควร โดยเน้นเป็นแบบ real-time sensor ซึ่งสามารถวัดข้แมูลและส่งเข้าระบบ cloud เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา ส่วนในต่างประเทศนั้น ก็มีการพัฒนาจนเป็นการค้าแล้วหลายบริษัท ผมขอยกตัวอย่างเทคโนโลยีของ Ag Leader Technology : USA นะครับ ก็มีการพัฒนาเซ็นเซอร์ที่สามารถวิเคราะห์ความแข็งแรงของต้นพืช การขาดธาตุไนโตรเจน ติดกับรถแทรกเตอร์ ตรวจวัดและส่งข้อมูลเข้าระบบสั่งให้ใส่ปุ๋ยตามค่าที่ได้คำนวณไว้ แบบ real-time ได้เลยทันที ทำให้ความสม่ำเสมอของผลผลิตดีขึ้น และช่วยเพิ่มผลผลิตพร้อมทั้งลดต้นทุนได้อีกเยอะเลยครับ เพราะไม่ต้องใส่ปุ๋ยแบบอัตราเท่ากันทั้งแปลง แต่เป็นการใส่แบบเฉพาะเจาะจงทุกตารางเมตรเลยก็ว่าได้
yaraอีกบริษัทหนึ่งคือ บริษัท YARA หลายท่านรู้จักดีในนามของปุ๋ยรายใหญ่รายหนึ่ง แต่ที่จริงแล้วก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีหลายอย่าง ซึ่งก็มีการพัฒนาเครื่องมือเพื่อตรวจวัดและพื้นที่และใส่ปุ๋ย N ตามความต้องการของพืช ทำให้ช่วยประหยัดปุ๋ย ลดต้นตทุน เพิ่มผลผลิตเช่นเดียวกัน

การจัดการดังกล่าวเมื่อพิจารณากระบวนการแล้วก็คือการเกษตรแบบแม่นยำ (Precision farming) นั่นเอง เป็นการใส่ปุ๋ยเท่าตามที่พืช หรือดินในจุดนั้นขาด อีกไม่นานคงได้เห็นเครื่องมือลักษณะนี้เข้ามาใช้ในประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากปัญหาด้านต้นทุนการผลิต และด้านแรงงาน ก็จะผลักดันให้เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามา โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

source :
http://www.agleader.com/
http://www.yara.co.uk/

 




ผู้เยี่ยมชมเว็บไซท์
  • 8837142จำนวนการเปิดอ่าน:
  • 221651จำนวนผู้เยี่ยมชม:
  • 2ผู้เข้ามาวันนี้: