AGIT.in.th
Agriculture & Information Technology
ไปมาแล้ว..ได้อะไร กับงาน Thailand Internet Expo 2011

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2554 ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนา Thailand Internet Expo 2011 ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องคอนเวนชัน ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และ บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร มีผู้สนใจเข้าร่วมงานประมาณ 2-3 ร้อยคน ก็ถือว่าไม่น้อยครับ ภายนอกห้องสัมมนาก็มีการจัดนิทรรศการ ให้ความรู้และนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ ๆ ของบริษัทผู้ให้บริการด้าน Internet และการสื่อสาร เช่น CAT Internet, TOT, True, CS Loxinfo, KSC, ANET, NTT แต่ละบริษัทก็มีการแจกของรางวัลกันมากมายครับ พร้อมทั้งให้ข้อมูลและความรู้ใหม่ ๆ สำหรับการสัมมนาโดยภาพรวมแล้วก็ถือว่าไม่ผิดหวังครับ ก็ตัดขัดเฉพาะเรื่องของอุปกรณ์ในการนำเสนอเท่านั้น ที่ยังมีปัญหา และเวลาที่กระชั้นชิด ทำให้บางหัวข้อ ได้รับความรู้ได้ไม่เต็มที่นัก

จากการสัมมนาก็เห็นได้ชัดเจนว่า ทิศทางการเติบโตของวงการ Internet ยังสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะการหันไปสู่การใช้ในอุปกรณ์ Mobile มากขึ้น ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาด้านการสื่อสาร Internet ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายของรัฐบาล ที่มีนโยบาย มีทิศทาง แต่ยังไม่สามารถผลักดันให้ไปสู่การปฏิบัติได้

ในเรื่องของการเข้าถึง Internet การใช้ Mobile เป็นการเข้าใช้งานที่มีพื้นที่ครอบคลุมมากที่สุด ถึง 93% fix line หรือโทรศัพท์มีสายตามบ้านและหน่วยงาน มีเพียง 65% และ Broadband ที่กำลังแข่งขันกันลดกระหน่ำในขณะนี้ มีเพียง 18% ของพื้นที่ ที่มีคนอาศัยอยู่ ซึ่งจากตัวเลขนี้ Mobile จึงเป็นที่หมายตาว่า จะเป็นการเติบโตของการใช้ Internet แบบก้าวกระโดด หาก มีการใช้ 3G, 4G หรือมีการคิดกระทั่งว่า หากบริษัทมือถือมีการใช้ทรัพยากรด้านเสาสัญญาณเครือข่ายร่วมกันได้ จะเกิดประโยชน์มากต่อทั้งผู้ให้บริการและผู้บริโภค ซึ่งทั้งนี้คงต้องมีข้อตกลงกันในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งก็อยู่ในระหว่างการเจรจาตกลงกัน โดยหากหลักการดังกล่าวนี้เป็นจริงก็จะสามารถประหยัดต้นทุนได้ถึง 55% สำหรับเสาสัญญาณทั่วประเทศของ AIS=16,000 Dtac=11,000 TrueMove=6,000 Hutch=3,000 TOT=500 ถ้ารวมกันแล้วก็จะมีมากถึง 36,500 เสา ซึ่งคิดเป็นค่าลงทุนมากถึง 182 billions baht ซึ่งถือว่าเป็นเงินมหาศาลเลยนะครับ เอาเป็นว่า ตกลงกันให้ได้ก็แล้วกันนะครับ แค่ 3G ผ่านไปได้ ทุกอย่างก็น่าจะดีขึ้น

ในส่วนของความต้องการที่ต้องการ Internet ที่มีความเร็วและเสถียรภาพสูงมากขึ้น ต้องยกนิ้วให้กับการที่จะนำเทคโนโลยี FTTx มาใช้ ไม่ต้องตกใจนะครับว่ามันคืออะไร FTTx ขณะนี้ทาง CAT ก็มีการนำมาใช้บ้างแล้วในบางพื้นที่ FTTx ย่อมาจาก Fibre to the x ถ้า FTTH คือ Fibre to the home นั่นคือ จะมีการเชื่อมต่อสาย Fibre ไปถึงบ้านผู้ใช้บริการเลยทีเดียว ซึ่งบริการดังกล่าวนี้เพื่อลดข้อจำกัดด้าน Bandwidth ที่ต้องการสูงขึ้น เช่นการใช้ Social Network, Youtube เป็นต้น ก็จะไม่เป็นข้อจำกัดอีกต่อไป อีกทั้งการลากสายของ ADSL ในปัจจุบันได้ เพียง 2-3 กิโลเมตรเท่านั้น แต่สาย Fibre จะได้ระยะทางมากถึง 20 กิโลเมตร ที่สำคัญมากๆ คือ สามารถรองรับความเร็วได้สูงสุดถึง 100 Mbps ในขณะที่ ADSL ได้เพียง 15 Mbps ในอนาคตอันใกล้นี้ เทคโนโลยีดังกล่าว จะให้เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐาน เหมือนไฟฟ้า น้ำประปา ซึ่งนั่นน่าจะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป ที่การเปลี่ยนด้านเทคโนโลยี Internet จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านพฤติกรรมผู้บริโภค และ การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ เพื่อให้ตอบสนองต่อเทคโนโลยีและความเท่าทันทางด้านเทคโนโลยี

ในบรอดแบนด์แห่งชาติ ตามที่ได้เห็นการนำเสนอทางโทรทัศน์กันไปบ้างแล้ว โครงการนี้ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ ซึ่งต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับมากพอสมควร อย่างน้อยบุคลากรจะต้องพร้อมที่จะปฏิบัติงานทั้งด้านความรู้ และจำนวน ในโครงการนี้เน้นการกระจายการใช้เทคโนโลยีไปสู่รากหญ้า ซึ่งหนีไม่พ้นเกษตรกรไทย หรือเรื่องการเกษตรไปอย่างแน่นอน ทั้งเรื่องการวางแผนการผลิต การตลาด การวางแผนการจำหน่าย ที่ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่โครงการนี้วาดหวังไว้

จะว่าไปแล้วในที่สุดเทคโนโลยีที่เรามองว่ามันเป็นคนละขั้วของการเกษตร ก็ถูกจับมาชนกันจนได้ หากรวมสิ่งที่เกษตรกรทำอยู่ผูกเข้ากับระบบเทคโนโลยีที่เราคิดว่าทันสมัยที่สุดแล้วในขณะนี้ ก็ลองจินตนาการว่าการโลดแล่นของธุรกิจ ของการดำเนินชีวิตจะเป็นเช่นไร นั่นยังไม่กล่าวถึงความมั่นคง ความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งผมก็เคยกล่าวไปบ้างแล้วในบทความก่อนๆ ก็มีความเป็นห่วงมากขึ้นกับเทคโนโลยีที่จะมาถึงอย่างรวดเร็วแต่ยังขาดการป้องกันอย่างจริงจัง จะว่าไปแล้วคำกล่าวที่ว่าเรากำลังจะกระโดดลงเหวโดยที่ไม่มีร่มชูชีพหรือเปล่า ก็น่าฉุกคิดครับ ทั้งการเกษตร การแพทย์ การสาธารณสุข การสังคม ทะเบียนต่าง ๆ เมื่อเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีเราสำเร็จ ความมั่นคง ความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เราพร้อมหรือยัง แม้แต่ปัจจุบัน การเดารหัส 1234 ก็ยังใช้ได้ การใช้คำว่า password เป็นรหัสผ่าน ก็ยังมีมากมาย หากข้อมูลทุกอย่างของบุคคล ผสานกับเทคโนโลยีความเร็วสูงของเรา สักวันตัวตนเราอาจจะหายไม่รู้ตัว เงินในกระเป๋าอาจจะหายผ่านอากาศไปโดยไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน

ในเรื่องความมั่นคง และความปลอดภัยนี้ไม่ได้มีการพูดถึงในการเสวนา แต่ก็มีการบรรยายโดยวิทยากรจากบริษัท pttict ก็ยังเป็นประเด็นที่น่าห่วงว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีมากขึ้น การทำธุรกิจออนไลน์มีมากขึ้น กลุ่มคนเหล่านี้เป็นตัวถ่วงที่จะทำให้ความเจริญด้านนี้ถดถอยลง แต่ถ้ามองในมุมกลับ กลุ่มคนเหล่านี้ทำให้การพัฒนาด้านความปลอดภัยมีสูงขึ้น การระวัง การป้องกันมีมากขึ้น

โดยสรุปสุดท้ายแล้ว การสัมมนานี้ถือว่าเป็นการทราบทิศทางและแนวทางของเทคโนโลยี Internet ในอนาคต ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการเสวนาซึ่งมีคุณพรชัย จันทรศุภแสง บก.นิตยสาร Computer today เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ที่มีเนื้อหากระตุ้นให้ผู้คิดเริ่มทำธุรกิจออนไลน์มีกำลังใจในการทำธุรกิจมากขึ้น, การใช้ cloud computing ของ microsoft ก็เป็นที่น่าสนใจ และเทคโนโลยีในอนาคตอันใกล้นี้มีหลายสิ่งที่น่าสนใจ และสิ่งที่ลืมไม่ได้และยังเป็นอมตะ คือความมั่นคงและความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เรายังมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านนี้ค่อนข้างน้อย และหลายหน่วยงานยังไม่ให้ความสำคัญ

อีกอย่างการต้อนรับและอาหารว่าง อาหารกลางวัน ถูกใจมากครับ ก็ขอขอบคุณคณะผู้จัดงานมา ณ โอกาสนี้ ก็ขอกล่าวถึงไว้เท่านี้ก่อนนะครับ หลายเรื่องที่น่าสนใจก็อาจจะไม่ได้กล่าวในที่นี้ทั้งหมด หวังว่าเรื่องที่นำเสนอจะเป็นประโยชน์บ้างสำหรับท่านที่ไม่ได้เข้าร่วมงานครับ

Leave a Reply