AGIT.in.th
Agriculture & Information Technology
ไอทีในไร่อ้อย (IT in Sugarcane field)

ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแพร่หลายในธุรกิจต่าง ๆ โดยในทางการเกษตรนั้น ในยุคแรก ๆ มีการใช้ภูมิสารสนเทศ (GIS) เป็นหลัก เพื่อใช้ในด้านแผนที่และภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาไปได้รับดับหนึ่ง ก็เกิดภาพใหญ่ขึ้นในการบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที-IT) โดยการผสานเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งด้าน software, hardware และ people ware มาเป็นนวัตกรรม ที่สามารถสร้างมูลค่าต่อธุรกิจ และอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการ ซึ่งในวันนี้จะได้นำเสนอบทความ การนำระบบไอทีไปใช้จริงในไร่อ้อย ของโรงงานน้ำตาลมิตรผล จ.กาฬสินธุ์ เพื่อการบริหารจัดการ และติดตามกิจกรรมในไร่อ้อย ของชาวไร่คู่สัญญา รายละเอียดติดตามได้ในบทความครับ

 

พัฒนาการใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำไร่อ้อยอย่างต่อเนื่อง กับกลุ่มน้ำตาล “มิตรผล” ที่มองว่าวันนี้เกษตรกรไทย ไม่จำเป็นต้องพึ่งโชคชะตาหรือฟ้าฝนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป และที่ “โรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์” กลุ่มมิตรผล ก็เป็นอีกหนึ่งโรงงานที่นำไอทียุคใหม่มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่จริง


“นายไพทูรย์ ประภาทะโร” ผู้อำนวยการด้านอ้อย โรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ บอกว่า มิตรกาฬสินธุ์ แม้จะเป็นเขตที่อ้อยมีความหวานสูงติดอันดับ 2 ของประเทศ แต่ก็ยังประสบกับปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำ เนื่องจากขาดฐานข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสม ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพซึ่งที่ผ่านมากลุ่มมิตรผล โดยบริษัทมิตรผลวิจัย พัฒนาอ้อยและน้ำตาล จำกัด ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดเก็บข้อมูลการปลูกอ้อยรวมถึงใช้จีพีเอสในการวัดพิกัดแปลงอ้อย เพื่อความถูกต้องแม่นยำ และมีการขยายผลใช้ในโรงงานต่าง ๆ รวมทั้งที่มิตรกาฬสินธุ์

แต่ด้วยสภาพการจัดการไร่อ้อยในแต่ละพื้นที่ มีความแตกต่างในรายละเอียด โดยเฉพาะที่โรงงานมิตรกาฬสินธุ์ดูแล ส่วนใหญ่จะเป็นเกษตรกรรายย่อยที่ขาดศักยภาพในการบริหารจัดการ ทำให้ภารกิจของมิตรกาฬสินธุ์ ต้องดูแลชาวไร่ทั้งด้านต้นทุนและผลผลิตต่อไร่ โดยสร้างมาตรฐานทั้งด้านเครื่องมือและวิธีทำงานซึ่งปัจจุบันมิตรกาฬสินธุ์ มีเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่จะต้องดูแลกว่า 14,000 คน ไร่อ้อยกว่า 44,000 แปลง ขณะที่เจ้าหน้าที่มีเพียง 60 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมแต่ละคนจะต้องดูแลเกษตรกรชาวไร่อ้อยถึงกว่า 200 คน หรือต้องดูแลแปลงอ้อย ถึง 700-800 แปลงต่อคนทีเดียว ดังนั้นจึงต้องปรับการใช้งานจีพีเอสเดิม ซึ่งไม่สามารถนำข้อมูลติดตัวออกไปในพื้นที่ได้ มาเป็นการใช้งานผ่านพีดีเอหรือแท็บเล็ตในปัจจุบัน เรียกโครงการนี้ว่า “มิตรผล กาฬสินธุ์ ไดร์ฟวิ่ง โพรดักทิวิตี้” ( Mitr Kalasin Driving Productivity : MDP )

คุณไพทูรย์ บอกว่า เป็นการนำข้อมูลแปลงเพาะปลูกและกิจกรรมการเพาะปลูกในไร่อ้อยที่รวบรวมได้ทั้งหมด มาเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลหลัก และถ่ายโอนลงในอุปกรณ์พกพาอย่างแท็บเล็ต เจ้าหน้าที่สามารถบันทึกข้อมูลที่หน้าแปลง อัพโหลดสู่เซิร์ฟเวอร์กลาง เช็กสถานะการทำงานในแต่ละแปลงได้ทันทีแบบเรียลไทม์ ข้อมูลเหล่านี้นำไปสู่การประเมินผล ผลิตรายแปลง หากพบปัญหา แปลงใดผลผลิตต่ำ ก็สามารถแก้ไขหรือวางแผนรองรับได้ทันที


สำหรับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่จะต้องบันทึก ผ่านแท็บเล็ตนั้น มีตั้งแต่การระบุพื้นที่แปลงอ้อย ลักษณะอ้อยและพันธุ์ที่ปลูก การใช้ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช และโรคที่พบ อนาคตจะพัฒนาเพิ่มเติม ในส่วนของการจ่ายปุ๋ยและการจ่ายเงินส่งเสริม ซึ่งปัจจุบันยังทำงานผ่านเว็บไซต์ แต่ต่อไปจะสามารถทำได้จากหน้าแปลง รวมถึงออกใบสั่งตัดได้ทันที

โครงการนี้นำร่องใช้งานกับชาวไร่อ้อยของโรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์เป็นแห่งแรก เมื่อเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมาหลังจากใช้งานจริงแล้ว ผู้บริหารมิตรกาฬสินธุ์ บอกว่า พฤติกรรมการจัดการไร่อ้อยของชาวไร่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะมีการวางแผนงาน และการติดตามผล ทำให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น จากเดิมเฉลี่ย 7.5 ตันต่อไร่ เป็น 10.2 ตันต่อไร่

ขณะที่ต้นทุนการปลูกอ้อยลดลงประมาณ 5% ของรายได้ เนื่องจากการรู้พิกัดพื้นที่แปลงที่ชัดเจน ทำให้การจ้างเหมาต่าง ๆ บนพื้นที่แปลงอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง เช่น การหักค่าแรงจ้างเหมาบนพื้นที่ ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่ในแปลงไถพรวน การลดการใช้ปุ๋ยตามสัดส่วนที่เหมาะกับสภาพดินและพิกัดพื้นที่ การให้น้ำในปริมาณ ที่เหมาะสมกับการเติบโตของอ้อย นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังทำให้ชาวไร่อ้อยตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และเข้าใจเทคโนโลยีด้านชลประทานมากขึ้น ยืนยันการมีประโยชน์ต่อชุมชน และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานเกษตรกรไทย ด้วยรางวัล “ไอซีที ทำดีเพื่อสังคม” จากการประกวดในโครงการไทยแลนด์ ไอซีที เอ็กเซลเลนซ์ อวอร์ด 2011 ที่สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประกาศผลไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเชื่อหรือยังว่า…จะเป็นอาชีพใด ๆเทคโนโลยีสามารถช่วยได้ หากรู้จักประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน!!!.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 1 สิงหาคม 2555

Leave a Reply