เช้าวันอาทิตย์ อากาศค่อนข้างร้อนครับ หลังจากฝันหยุดตกมา 2-3 วัน แต่วันนี้ก็ตั้งใจว่าจะเล่าเกี่ยวกับงาน Horti ASIA 2012 ที่ได้ไปร่วมชมนิทรรศการต่าง ๆ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ครับ
สำหรับงานนี้ชื่อเต็ม ๆ คือ งานงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย (Horti ASIA 2012) ซึ่งจัดโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด และ วี เอ็น ยู เอ็กซิบิชั่น ยุโรป ซึ่งจัดขึ้นที่ ณ ห้องประชุมศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ในการเป็นผู้นำด้านการผลิตพืชพรรณ ผัก ผลไม้ สู่ตลาดโลกของประเทศไทย
ภาพรวมการจัดงานก็ถือว่าจัดได้ดีครับ มีทั้งผู้ผลิต ผู้วิจัย ผู้ค้า ต่าง ๆ ในงานมีผู้ประกอบการออกบูธประมาณ 140 บริษัท จากทั่วโลก โดยมีบูธแสดงสินค้าและพาวิลเลี่ยนระดับประเทศ 6 พาวิลเลี่ยน ประกอบด้วย จีน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และไทย ซึ่งเน้นการนำเสนอการผลิตพืชโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ ทั้งพืชผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ และเทคโนโลยีการผลิต เช่น เทคโนโลยีการให้น้ำ การให้ปุ๋ย และการจัดการศัตรูพืช
ในเรื่องการเพิ่มผลิตผลด้วยการจัดการน้ำ มีหลายบริษัทที่มีการนำเสนอโดยเน้นในเรื่องเทคโนโลยีการให้น้ำพร้อมกับปุ๋ยละลายน้ำด้วยระบบอัตโนมัติ สามารถกำหนดอัตราปุ๋ย ปริมาณน้ำ และใช้ระบบการตั้งเวลาการให้น้ำและปุ๋ยตามต้องการ บริษัทที่ติดตั้งระบบน้ำเช่น เนต้าฟิม, เอทีซี, เคมเทรด (จอห์นเดีย) โดยเน้นการใช้ระบบน้ำแบบหยด ที่มีเทคโนโลยีและคุณสมบัติของสายน้ำหยดที่แตกต่างกัน เช่นบริษัทเคมเทรด สามารถให้ระบบน้ำหยดได้อย่างสม่ำเสมอในความยาวสาย 130 เมตร ที่มีความลาดชันไม่เกิน 10%
ด้านเทคโนโลยีสำหรับการบริหารจัดการ มีหลายบริษัทนำเสนอเกี่ยวกับอุปกรณ์ด้านการตรวจวัดแบบอัตโนมัติ เช่น สถานีตรวจวัดภูมิอากาศ และ sensor วัดต่าง ๆ มีการพัฒนาให้มีราคาถูกลงและมีเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำมากขึ้น เช่นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ WatchDog มีสถานีตรวจวัดภูมิอากาศพร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงที่หลากหลาย เช่นวัดความชื้นดิน, วัด EC, วัด pH, วัดคลอโรฟิลล์ และสามารถผลิตให้ตรงกับความต้องการผู้ใช้งานได้ พร้อมกับบันทึกข้อมูลบน data logger ที่ใช้พลังงานต่ำ
เทคโนโลยีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชีววิธีเพื่อจัดการกับศัตรูพืชเช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อแบคมีเรียบาซิลลัส มีทั้งชนิดผง ชนิดน้ำ และชนิดเกล็ด และมีบริษัทผู้ผลิตชุดเครื่องดักแมลงโดยใช้เทคโนโลยีแสงไฟที่มีความยาวคลื่นแตกต่างจากที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน และใช้พลังงานต่ำ โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ อุปกรณ์หนึ่งชุดสามารถครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ สามารถล่อแมลงได้หลายชนิด และจะได้ปริมาณแมลงมากกว่าการใช้ในปัจจุบันประมาณ 30% ราคาประมาณ 15,000 บาท
ส่วนเทคโนโลยีด้านการผลิตพืชก็ได้มีหลายบริษัท รวมถึงหน่วยงานราชการ และมหาวิทยาลัยที่นำเสนอ เช่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอข้าวโพดม่วง และแก่นตะวัน และพืชอื่น ๆ เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจคือภายในงานมีชีวิตชีวาด้วยสีสันของพืชพรรณต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ทางเข้างาน จนถึงในงาน ก็มีบูธต่าง ๆ ที่นำเสนอเทคโนโลยีการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด ผมเชื่อครับว่า ด้วยศักภาพด้านการผลิตของประเทศไทย จะสามารถสร้างผลผลิตและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยได้ไม่น้อยอีกทางหนึ่งครับ

















































