มีอะไร ในงาน “Horti ASIA 2012″

เช้าวันอาทิตย์ อากาศค่อนข้างร้อนครับ หลังจากฝันหยุดตกมา 2-3 วัน แต่วันนี้ก็ตั้งใจว่าจะเล่าเกี่ยวกับงาน Horti ASIA 2012 ที่ได้ไปร่วมชมนิทรรศการต่าง ๆ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ครับ

สำหรับงานนี้ชื่อเต็ม ๆ คือ งานงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพืชพรรณผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย (Horti ASIA 2012) ซึ่งจัดโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด และ วี เอ็น ยู เอ็กซิบิชั่น ยุโรป ซึ่งจัดขึ้นที่ ณ ห้องประชุมศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ในการเป็นผู้นำด้านการผลิตพืชพรรณ ผัก ผลไม้ สู่ตลาดโลกของประเทศไทย

ภาพรวมการจัดงานก็ถือว่าจัดได้ดีครับ มีทั้งผู้ผลิต ผู้วิจัย ผู้ค้า ต่าง ๆ ในงานมีผู้ประกอบการออกบูธประมาณ 140 บริษัท จากทั่วโลก โดยมีบูธแสดงสินค้าและพาวิลเลี่ยนระดับประเทศ 6 พาวิลเลี่ยน ประกอบด้วย จีน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และไทย ซึ่งเน้นการนำเสนอการผลิตพืชโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ ทั้งพืชผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ และเทคโนโลยีการผลิต เช่น เทคโนโลยีการให้น้ำ การให้ปุ๋ย และการจัดการศัตรูพืช

ในเรื่องการเพิ่มผลิตผลด้วยการจัดการน้ำ มีหลายบริษัทที่มีการนำเสนอโดยเน้นในเรื่องเทคโนโลยีการให้น้ำพร้อมกับปุ๋ยละลายน้ำด้วยระบบอัตโนมัติ สามารถกำหนดอัตราปุ๋ย ปริมาณน้ำ และใช้ระบบการตั้งเวลาการให้น้ำและปุ๋ยตามต้องการ บริษัทที่ติดตั้งระบบน้ำเช่น เนต้าฟิม, เอทีซี, เคมเทรด (จอห์นเดีย) โดยเน้นการใช้ระบบน้ำแบบหยด ที่มีเทคโนโลยีและคุณสมบัติของสายน้ำหยดที่แตกต่างกัน เช่นบริษัทเคมเทรด สามารถให้ระบบน้ำหยดได้อย่างสม่ำเสมอในความยาวสาย 130 เมตร ที่มีความลาดชันไม่เกิน 10%

ด้านเทคโนโลยีสำหรับการบริหารจัดการ มีหลายบริษัทนำเสนอเกี่ยวกับอุปกรณ์ด้านการตรวจวัดแบบอัตโนมัติ เช่น สถานีตรวจวัดภูมิอากาศ และ sensor วัดต่าง ๆ มีการพัฒนาให้มีราคาถูกลงและมีเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำมากขึ้น เช่นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ WatchDog มีสถานีตรวจวัดภูมิอากาศพร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงที่หลากหลาย เช่นวัดความชื้นดิน, วัด EC, วัด pH, วัดคลอโรฟิลล์ และสามารถผลิตให้ตรงกับความต้องการผู้ใช้งานได้ พร้อมกับบันทึกข้อมูลบน data logger ที่ใช้พลังงานต่ำ

 

 

เทคโนโลยีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชีววิธีเพื่อจัดการกับศัตรูพืชเช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อแบคมีเรียบาซิลลัส มีทั้งชนิดผง ชนิดน้ำ และชนิดเกล็ด และมีบริษัทผู้ผลิตชุดเครื่องดักแมลงโดยใช้เทคโนโลยีแสงไฟที่มีความยาวคลื่นแตกต่างจากที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน และใช้พลังงานต่ำ โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ได้ อุปกรณ์หนึ่งชุดสามารถครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ สามารถล่อแมลงได้หลายชนิด และจะได้ปริมาณแมลงมากกว่าการใช้ในปัจจุบันประมาณ 30% ราคาประมาณ 15,000 บาท
ส่วนเทคโนโลยีด้านการผลิตพืชก็ได้มีหลายบริษัท รวมถึงหน่วยงานราชการ และมหาวิทยาลัยที่นำเสนอ เช่นมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอข้าวโพดม่วง และแก่นตะวัน และพืชอื่น ๆ เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจคือภายในงานมีชีวิตชีวาด้วยสีสันของพืชพรรณต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ทางเข้างาน จนถึงในงาน ก็มีบูธต่าง ๆ ที่นำเสนอเทคโนโลยีการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด ผมเชื่อครับว่า ด้วยศักภาพด้านการผลิตของประเทศไทย จะสามารถสร้างผลผลิตและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยได้ไม่น้อยอีกทางหนึ่งครับ

 

 

Comments

Posted in ดิน, พืช, สัตว์, ไอที-เกษตร | 2 Comments

เพิ่มศักยภาพการผลิตทางการเกษตรด้วยไอที

วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ซึ่งได้เน้นประเด็นการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการเกษตร ก็ถือว่าได้ทราบถึงความก้าวหน้าและทิศทางของการวิจัยระดับชาติ ปัจจุบันมีงานวิจัยที่น่าสนใจหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องภูมิอากาศและ sensor ต่าง ๆ โดยปัจจุบันทาง NECTEC ก็ได้พัฒนาอุปกรณ์และระบบการบันทึกข้อมูลภูมิอากาศ ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบออนไลน์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึงผมเองก็เคยทดลองใช้ระบบนี้อยู่ระยะหนึ่ง ก็ถือว่าสะดวกมากครับ ปัจจุบันก็มีการพัฒนาอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือโมดูลอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ใช้ตามความต้องการมากขึ้น

การพัฒนาชุดตรวจสอบคุณสมบัติของดินโดยเฉพาะตรวจสอบปุ๋ย N P K ในดิน ก็เป็นงานวิจัยหนึ่งที่กำลังมีการพัฒนาให้มีความแม่นยำและราคาถูกลง ปัจจุบันได้มีการประยุกต์ใช้ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบการเจริญเติบโต ความสมบูรณ์ของข้าว โดยตรวจสอบจากสีใบ ซึ่งก็ทำสำเร็จได้ระดับหนึ่ง โดยมีการนำไปสร้างเป็นโปรแกรมชื่อ “ใบข้าว” ซึ่งใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android โดยอาศัยกล้องจากโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์สำคัญ โดยโปรแกรมนี้ก็จะมีการพัฒนาต่อไปเพื่อให้มีความแม่นยำในการวินิจฉัยมากขึ้น

การพัฒนาอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยี sensor ก็ยังถือว่ามีความสำคัญ เพื่อตอบสนองต่อนโยบาย หรือแผนพัฒนาด้านการเกษตร เพื่อใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ในทางเกษตร เกิดความยั่งยืนในผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งแนวคิด “SMART FARM” จะมีความสมบูรณ์พร้อมไม่ได้หากขาดเทคนิคและบุคลากรที่ร่วมพัฒนาองค์ความรู้ด้านนี้

ในการเดินทางครั้งนี้ขอขอบคุณคณะนักวิจัยและเจ้าหน้าที่ของ NECTEC ที่ให้การต้อนรับอย่างดี และขอบคุณบริษัทน้ำตาลมิตรผล ที่ยังคงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีใหม่ ครับ

Comments

Posted in ดิน, พืช, ไอที-เกษตร | Leave a comment

คิดเป็นเทคโนฯ

คิดเป็นเทคโนฯ
เรื่องโดย : ธนสิทธิ์ เหล่าประเสริฐ

อ้อย นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก และในปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอ้อยส่งออกน้ำตาล ซึ่งเป็นผลิตผลโดยตรงจากอ้อยในอันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้น ในทุกวันนี้จึงมีการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับเครื่องจักรกลใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยสามารถที่จะประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เครื่องปลูกอ้อย “รุ่นมหารวย” เป็นอีกหนึ่งผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกคิดค้นพัฒนาออกมาเพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อย โดยบริษัท ไร่อีสาน จำกัด (บริษัทในเครือมิตรผล) และโรงงานน้ำตาลมิตรภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

ทั้งนี้สาเหตุสำคัญอันเป็นที่มาของการคิดค้นจนได้เครื่องปลูกอ้อย Super Rich “รุ่นมหารวย” เกิดขึ้นเพราะเสียงสะท้อนจากปัญหาในการปลูกอ้อยของเกษตรกรในพื้นที่ส่งเสริมของบริษัท

ดังเช่น คุณอุทิศ บุตรเวียงพันธุ์ เกษตรกรชาวไร่อ้อยและช่างท้องถิ่น ตำบลสงเปือย อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เล่าให้ฟังถึงปัญหาที่พบในการปลูกอ้อยว่า

“การเลือกเวลาปลูกอ้อยที่เหมาะสมนับว่ามีความสำคัญมาก เพราะเวลาปลูกมีอิทธิพลต่อการเตรียมดิน การบำรุงรักษา การเจริญเติบโตและคุณภาพของผลผลิต ตลอดจนเวลาตัดหรือเก็บเกี่ยวที่สำคัญคือ การปลูกอ้อยในประเทศไทยส่วนใหญ่ต้องอาศัยน้ำฝน จึงมีการปลูกอ้อยกัน 2 ช่วง คือปลูกต้นฝนกับปลูกปลายฝนอย่างทางภาคกลาง เมื่อก่อนก็ปลูกต้นฝน แต่ตอนนี้หันมานิยมปลูกปลายฝนกันมากขึ้น คือช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ซึ่งมีระยะเวลาปลูกเพียง 45 วัน เท่านั้น ที่ดินมีความชื้นเหมาะสมทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกของอ้อยสูงสุด”

“ข้อดีของการปลูกอ้อยปลายฝนคือ ไม่ต้องสูบน้ำให้อ้อย ลดปัญหาวัชพืช อ้อยได้ใช้น้ำฝนเต็มที่และมีเวลาในการเจริญเติบโตนานกว่า จึงให้ผลผลิตสูงกว่า นอกจากนั้น ยังสามารถตัดอ้อยได้ตั้งแต่ต้นฤดูหีบอีกด้วย แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องปลูกให้เสร็จทันเวลา ก่อนที่ความชื้นในดินจะหมด อย่างเกษตรกรบางรายมีพื้นที่ปลูกหลายร้อยไร่ก็ปลูกไม่ทัน พอปลูกช้าไปสัก 2-3 เดือน เปอร์เซ็นต์การงอกของอ้อยต่ำ อ้อยยังโตไม่เต็มที่ ก็ถึงคราวต้องตัดส่งขายโรงงานน้ำตาล ทำให้ผลผลิตอ้อยต่ำและเปอร์เซ็นต์ความหวานของอ้อยไม่สูง จึงขายไม่ได้ราคาเต็มตามที่ควรจะเป็น

“เรื่องนี้จึงถือเป็นปัญหาที่ยังแก้กันไม่ตก ชาวไร่ไม่อยากจ้างผู้รับเหมาเพิ่ม เพราะมีทั้งค่าแรง ค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น บางทีผลผลิตที่ได้ก็ไม่พอกับต้นทุน” คุณอุทิศ กล่าว

“สำหรับเครื่องปลูกอ้อย “รุ่นมหารวย” เป็นผลงานชนะเลิศของปีนี้ ในประเภท “นวัตกรรมด้านกระบวนการผลิต (Product & Process Excellence) ซึ่งทางกลุ่มมิตรผลรู้สึกภูมิใจในพนักงานและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงงานสามารถช่วยเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้มีความยั่งยืนในอาชีพการทำไร่อ้อย เกษตรกรมีรายได้เพิ่มและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย”

คุณดวงมร บุญคุ้ม เกษตรกรบ้านสารจอด ตำบลหนองโพนงาม อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ผู้ที่ได้ใช้เครื่องปลูกอ้อยรุ่นมหารวยมาแล้ว บอกว่า ปกติจะปลูกด้วยเครื่องปลูกอ้อยแบบแถวเดียว อย่างมากก็ปลูกได้วันละ 8-10 ไร่ พอทางมิตรผลนำเครื่องปลูกอ้อยรุ่นมหารวยมาให้ทดลองใช้งาน ปรากฏว่าปลูกได้วันละ 18-20 ไร่ และปลูกได้ทันตามฤดูกาล ที่ดีกว่านั้น คือยังได้อ้อยเพิ่ม 3-4 ตัน ต่อไร่ ด้วย ลดค่าจ้างแรงงาน ลดค่าน้ำมัน ไปได้มากเลยทีเดียว เครื่องปลูกอ้อยรุ่น “มหารวย” ใช้งานสะดวก ง่ายมาก ลงทุนก็ไม่แพงจนเกินไป

เครื่องปลูกอ้อย Super Rich “รุ่นมหารวย” นับเป็นอีกผลงานความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานที่ใช้งานได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อวงการเกษตร ทั้งยังสร้างรายได้เพิ่มให้ชาวไร่อ้อย สมชื่อเครื่องปลูกอ้อยอีกด้วย

ที่มา : Matichon Online

Comments

Posted in ดิน, พืช | Tagged , , , | Leave a comment

ผักสลัดจากสวนจันทร์ดาว

มนตรี ทะนารี (เจ้ส)  เพื่อนที่จบคณะเกษตรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาด้วยกัน วันนี้ผมก็ได้อ่านบทความที่ได้ลงทางหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 1 มีนาคม 2555 และมีโพสต์ไว้ทางเว็บไซท์ http://www.komchadluek.net โดยได้ทราบมาจากเพื่อน ๆ ทาง facebook อีกที ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคน ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และตัวเองถนัด ประสบการณ์ในวงการที่สร้างสมมา คงทำให้ธุรกิจ ก้าวหน้าโดยเร็วนะครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้อีกแรงครับ  …

ผักสลัดจากสวนสลัดดาว…ปลูกเองขายได้กำไรงาม

โดย … กวินทรา ใจซื่อ

ผักสลัดเมืองหนาวทั้งเรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค บัตเตอร์เฮด สลัดแก้ว บลอกโครี่ มะเขือเทศราชินีเหลืองแดง และต้นหอมญี่ปุ่น รวมถึงพืชผักอื่นๆ อีกกว่า 30 ชนิดที่ปลูกหมุนเวียนในพื้นที่ 5 ไร่ ของ “มนตรี ทะนารี” เจ้าของสวนสลัดจันทร์ดาว วัย 34 ปี ตั้งอยู่เลขที่ 49 หมู่ 2 บ้านท่อน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีความคิดนอกกรอบ ปลูกผักสลัดที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภค สามารถเลือกซื้อหาได้ในราคาย่อมเยา หลายคนคิดว่าผักสลัดปลูกได้เพียงในพื้นที่สูงที่มีอากาศหนาวเย็นเท่านั้น แต่ความจริงนั้นผักสลัดก็สามารถนำมาปลูกได้ในอีสาน  อาจจะต่างกันที่ขนาดของผักเท่านั้น

กว่า 2 ปีแล้วที่มนตรีลองปลูกผักสลัด มะเขือเทศ และผักอื่นๆ ที่ไม่ซ้ำกับเกษตรกรรายอื่นๆ เพื่อสร้างความแตกต่างให้พืชผักของตัวเอง และเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ได้เลือกซื้อหา โดยมีแผงผักเล็กๆ ที่จะนำผักไปวางขายเองที่ตลาดบ้านคำไฮ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถือว่าได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ชื่นชอบการรับประทานผักเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมาก แต่ละวันสามารถสร้างรายได้ถึงวันละ 2,000-4,000 บาททีเดียว

“2 ปีที่ทดลองปลูกผักสลัดถือว่าราคาขายในตลาดได้ราคาดีพอสมควร เพราะผักที่ผมขายจะอิงกับราคาของผักเมืองหนาวที่พ่อค้าแม่ค้ารับจากทางภาคเหนือมาขายที่นี่ บางชนิดอิงกับราคาของโครงการหลวงอย่างผักสลัดราคากิโลกรัมละ 70-80 บาท สลัดแก้วกิโลกรัมละ 40-50 บาท ส่วนมะเขือเทศราชินีก็ขายราคากิโลกรัมละ 60-80 บาท ส่วนที่ขายอยู่ที่แผงผักก็แบ่งเป็นมัดขายในราคามัดละ 10-20 บาท เราขายในราคานี้ได้ เพราะเราปลูกเอง ขายเอง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ยิ่งทำให้มองเห็นช่องทางว่าตลาดยังคงรองรับอีกมาก”

ด้วยเหตุนี้เองทำให้มนตรีจำต้องตัดสินใจลาออกจากงานประจำแล้วมาปลูกผักสลัดอย่างจริงจัง โดยในอนาคตจะต่อยอดทั้งเรื่องการทำตลาด การทำเป็นชุดผักสลัดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สร้างมูลค่าให้แก่พืชผักที่สวนด้วย นอกจากนี้ยังได้ติดต่อกับสำนักงานเกษตรจังหวัดให้ประเมินคุณภาพผักที่ปลูกในสวนสลัดจันทร์ดาว  เพื่อขอเป็นแหล่งผลิตผักสลัดตามมาตรฐานรับรองแหล่งผลิตพืช หรือ GAP เป็นเครื่องการันตีว่าผักจากสวนนี้สด สะอาดและปลอดภัยจากสารเคมี

“การเปิดตัวสวนสลัดจันทร์ดาวอย่างเป็นทางการก็อยู่ในช่วงงานเกษตรที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา งานนี้ทางสำนักงานเกษตรได้จัดพื้นที่ให้นำพืชผักที่ปลูกในสวนไปจัดแสดง พร้อมทั้งออกร้านจำหน่าย ผมได้จัดทำสติกเกอร์เล็กๆ ประชาสัมพันธ์สวนของเราไปด้วย ถือว่างานนี้ลูกค้าตอบรับดีมาก ตัดผักส่งไปวางขายทั้งช่วงเช้าและเย็น แทบจะไม่เพียงพอกับความต้องการ”

มนตรีบอกว่า บนพื้นที่ 5 ไร่เพียงพอสำหรับการปลูกผักสลัดขายได้ตลอดทั้งปี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไปสำหรับสมาชิกในครอบครัว 4 คน ที่คอยช่วยกันดูแล ใส่ปุ๋ย พรวนดิน ส่วนวิธีการเพาะปลูกและการดูแลนั้นไม่ต่างจากการปลูกพืชผักสวนครัวอื่นๆ สิ่งสำคัญคือการดูแลเอาใจใส่ ตั้งแต่การเริ่มต้นเพาะเมล็ดลงในกนะบะเพาะเพื่ออนุบาลต้นอ่อนให้แข็งแรงประมาณ 15-20 วัน จึงนำต้นกล้าไปลงแปลงดินที่เตรียมไว้

ส่วนการดูแลเรื่องโรคแมลงนั้น เจ้าของสวนสลัดจันทร์ดาวย้ำว่า จะเลือกใช้สารชีวภาพสกัดสำเร็จ หาซื้อได้ตามร้านขายสินค้าทางการเกษตร การฉีดสารสกัดให้ผักสลัดฉีดไม่ได้ทำบ่อยเพียงครั้งสองครั้ง นอกนั้นก็หมั่นดูแปลงผักบ่อยๆ หากเจอโรคแมลงก็เด็ดทิ้งและนำไปทำลายเท่านี้ก็ได้ผักปลอดสารพิษที่มีคุณภาพ ที่สำคัญคือการวางแผนในการปลูกผัก จะไม่ปลูกพืชชนิดเดียวซ้ำ เพราะจะทำให้ดินเสื่อมคุณภาพ จะใช้วิธีการปลูกพืชผักหลากหลายชนิด หมุนเวียนกันไป รวมถึงการพักหน้าดินบำรุงรักษาดิน พร้อมที่จะเพาะปลูกผักชุดใหม่ต่อไป

(หมายเหตุ : ผักสลัดจากสวนสลัดดาว – ปลูกเองขายได้กำไรงาม : โดย … กวินทรา ใจซื่อ)

ที่มา : http://www.komchadluek.net

Comments

Posted in ดิน, พืช | Leave a comment

รางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น

ปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ มีเรื่องที่มุ่งเน้นไปถึงการนำไปใช้ได้จริงเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อตอบสนองกับวิถีชีวิต และการพัฒนาทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม โดยจะเห็นได้จากโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน เพื่อสร้างงานวิจัย และตอบโจทย์มากขึ้น รวมถึงการพิจารณาในการใช้งบประมาณของประเทศเพื่อการวิจัยมากขึ้น โดยในปี 2555 ประเทศไทยยังมีโครงการผลิตนักวิจัยเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ใช้งบผลิตนักวิจัยแค่ 0.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เป็น 2% ของ GDP

การเพิ่มศักยภาพด้านการวิจัยทั้งบุคลากร และเทคโนโลยีต่าง ๆ เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะหากสองสิ่งนี้ไม่เป็นไปในทำนองเดียวกัน ย่อมมีผลกับการพัฒนาและความก้าวหน้าทางงานวิจัย เช่นมีนักวิจัยที่เพียบพร้อมด้วยความสามารถ แต่ขาดเทคโนโลยี ขาดงบประมาณ หรือในทางกลับกับ งบประมาณพร้อม เทคโนโลยีพร้อมและขาดบุคลากร ทำให้ประเทศขาดโอกาสในการพัฒนางานด้านนั้นไป

สำหรับในปี 2554 ก็มีการพิจารณาวางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น ประจำปี 2554 (2011 Outstanding Technologist Award) โดยมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งก็มีเทคโนโลยีที่ได้รับรางวัลคือ

  1. การพัฒนาการผลิตไรฝุ่นและผลิตวัคซีนไรฝุ่นสู่ภาคอุตสาหกรรม
  2. เทคโนโลยีผลิตก๊าซเชื้อเพลิงจากชีวมวลและเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ
  3. เครื่องมือวัดหน่วยแรงของน้ำในช่องว่างดิน(KU-Tensiometer) การวัดศักย์แรงดูดในดินและการทดสอบที่เกี่ยวข้อง
  4. ระบบเตือนภัยดินถล่มและการพัฒนาเกณฑ์การเตือนภัยดินถล่มและแนวทางการปรับปรุงเสถียรภาพของลาด
  5. แอนติบอดีไมโครอะเรย์ และดีเอนเอไมโครอะเรย์

ซึ่งมีรายละเอียดดังตารางครับ

ซึ่งกระผมเองก็ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับนักวิจัย ที่ทุ่มเทเพื่อสร้างผลงานที่มีคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับได้

สำหรับรางวัลดังกล่าวนี้ เว็บไซท์วิกิพีเดีย ก็ได้กล่าวไว้ถึงที่มาไว้ว่ามูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ เริ่มโครงการรางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น และรางวัลนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2543 โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรตินักเทคโนโลยีที่มีผลงานดีเด่น ไม่ว่าจะเป็นนักเทคโนโลยีของรัฐหรือภาคเอกชน เพื่อจูงใจให้มีนักวิชาการและนักพัฒนาเทคโนโลยีของไทยที่มีความสามารถสูงจำนวนมากขึ้น และหันมาช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีของไทยให้สามารถแข่งขันในเชิงอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ในโลกได้โดยเร็ว และหวังจะก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีไทยในอนาคตในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีความจำเป็นน้อยลงที่จะต้องพึ่งพาและซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศต่อไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้สร้างพระบรมรูปขณะทรงเรือใบซูเปอร์มดหล่อด้วยบรอนซ์ สำหรับมอบเป็นรางวัลแก่นักเทคโนโลยีดีเด่น และเหรียญรางวัลแก่นักเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ในวันเทคโนโลยีแห่งชาติของทุกปี

สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ติดตามได้ที่ http://www.thaitechnoaward.com นะครับ ส่วนหนังสือ ดาวน์โหลด ที่นี่ ครับ

Comments

Posted in ดิน, พืช, สัตว์, ไอที-เกษตร | Leave a comment

เยือน Taj Mahal, India. สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

เมื่อปลายปี 2554 ผมได้มีโอกาสเดินทางไปประชุม 4th International  Sugar  Conference (IS-2011) หรือการประชุมนานาชาติ เกี่ยวกับน้ำตาล ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดโดย The International Association of Professionals in Sugar and Integrated Technologies (IAPSIT)  ที่ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งได้เล่าประสบการณ์ไปบ้างแล้ว ซึ่งได้ค้างไว้ตอนที่แล้วว่าจะเล่าเรื่องไป Taj Mahal (ทัช มาฮาล) เพื่อเล่าประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ สู่กันฟัง

ผมและคณะเดินทางจากกรุงนิวเดลี ไปยัง Taj Mahal ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ ระยะทางประมาณ 200 กม.
ทางเข้าประตูมีการตรวจอย่างเคร่งครัด มีข้อห้ามต่าง ๆ ต้องเดินเข้าช่องแยกชาย หญิง แยกชาวอินเดีย ชาวต่างชาติ ก็ถือว่าเป็นมาตรการที่ดีครับ แต่เจ้าหน้าที่อาจจะน้อยไปหน่อย ผู้คนที่เข้าไปมากมาย ทำให้การดำเนินการค่อนข้างช้าใช้เวลาเดินทางโดยรถบัส ประมาณ 6 ชั่วโมง เนื่องจากการจัดการระบบจราจรและการคมนาคมยังไม่ค่อยดีนัก แต่เมื่อไปถึงก็รู้สึกประทับใจกับสิ่งปลูกสร้างที่ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนี้ เป็นสุสานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่โดยแท้ ความสำคัญอาจจะไม่ได้อยู่ที่ว่าใช้งบประมาณเท่าใด แต่จิตใจของผู้คิดสร้างต่างหากที่น่านับถือ น่ายกย่องกับอานุภาพของความรัก ผมไม่เล่าส่วนของประวัติศาสตร์ก็แล้วกันนะครับ ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ อ่านได้ที่นี่ครับ  ซึ่งเมื่อเรารู้ความเป็นมาแล้วก็ยิ่งรู้สึกศรัทธามากขึ้น

มีผู้คนทั้งชาวอินเดียและชาวต่างชาติ เข้าไปเยี่ยมชมจำนวนมาก ช่วงบ่ายคล้อยคนที่คิดว่าจะน้อยลงแต่กลับมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างผู้คนก็อิ่มเอิบกับบรรยากาศ ถ่ายภาพ และนั่งอินกับความสวยงาม และทัศนียภาพ โดยด้านหลังก็เป็นแม่น้ำยมนา

ภายในบริเวณกว้างขวาง มีจุดชมวิว ถ่ายภาพ ได้สะดวก กลางวันอากาศค่อนข้างร้อน ด้านในก็มีช่างถ่ายภาพที่คอยถ่ายนักท่องเที่ยว และเก็บค่าบริการ ก็เหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป ไม่แตกต่างจากประเทศไทยครับ

ถือว่าเป็นสถานที่ ที่น่าสนใจมาก ๆ ผู้ที่เข้าไปประเทศอินเดีย หากยังไม่ได้ไปเยือน ต้องหาโอกาสไปสักครั้ง ล่าสุดท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้เดินทางไปประชุม และไปเยือนที่นั่น ซึ่งก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาวอินเดีย ที่อยากต้อนรับ ด้วยการนำชมสถานที่แห่งนี้

 

Comments

Posted in webmaster | Leave a comment

งาน Thailand Mobile Expo 2012

สำหรับงาน Thailand Mobile Expo 2012 ปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 26-29 มกราคม 2555 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผมก็ได้มีโอกาสได้ไปเดินดูบรรยากาศ .. ในยุคที่ระบบเครือข่ายโทรศัพท์กำลังเฟื่องฟูสุดขีด การแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ และบริการนี้ ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ก็น่าจะได้รับผลประโยชน์บ้าง ยุคนี้ ระบบ 3G ก็ยังเป็นจุดเด่น จุดขายของมือถือแต่ละค่าย ด้วยการนำเสนอความเร็ว ความแรง ของสัญญาณ (แต่ความเสถียร ก็ยังไม่มีคนกล่าวถึงนัก) อีกไม่นานเราก็คงลืมระบบ 1G 2G กันไปเลย เพราะแว่ว ๆ มาว่าจะมีมือถือบางค่ายเปิดตัว 4G ในเร็ววันนี้

ส่วนมือถือเองต้องถือว่าแข่งขันกันดุเดือด ทั้ง SAMSUNG, BB, NOKIA, I-MOBILE, LG และค่ายอื่น ๆ แต่คงลืมกระแสของ iPhone 4s ที่กำลังมาแรง อยู่ในขณะนี้ไม่ได้ โดยแต่ละค่ายก็มีโปรมาให้เลือก และของแถมต่างกันไป อีกทั้งนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของตัวเองมานำเสนอ

ผมดีใจแทนผู้จัดงานที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นแบบไหน คนก็หนาแน่นไปทุกคราไป แทบจะไม่มีที่เดินกันเลยทีเดีย ทั้งผู้เดินชมงาน และเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ อย่างหนาแน่น จา Hall ใหญ่ ของศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็ดูเล็กไปทันตา

โดยสรุปแล้วการจัดงานเพื่อเป็นศูนย์กลางให้ผู้ซื้อ ผู้ขายได้มาพบกัน ได้มีโอกาสขาย ได้มีโอกาสเลือกซื้อ ถือว่าประสบความสำเร็จครับ เมื่อเทคโนโลยีเข้าถึง ระบบเครือข่าย สมบูรณ์แบบ ผมเชื่อว่า วิถีชีวิต และการดำเนินธุรกิจ หลาย ๆ อย่าง จะปรับเปลี่ยนไป หาก Internet ความเร็วสูง เข้าถึงไร่นา การนำประโยชน์เหล่านั้นมาปรับใช้ เพื่อเข้าสู่ระบบ SMART FARM คงไม่ใช่เรื่องยาก ง่ายที่สุดคือการตรวจวัดค่าต่าง ๆ ในไร่เช่น ค่าความชื้น น้ำฝน pH หรือแม้กระทั่งกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามสถานการต่าง ๆ ในยามที่เราไม่ได้อยู่ที่ไร่ หรือแม้กระทั่งการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ บน Internet ก็อาจจะช่วยในการบริหารจัดการฟาร์ม ในเบื้องต้นได้ ถ้าสิ่งพื้นฐานเหล่านี้เกิดขึ้น ผมเชื่อแน่ว่า การผลักดันเทคโนโลยีด้านอื่นสำหรับเกษตรกร ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

Comments

Posted in webmaster, ไอที-เกษตร | Leave a comment

ดร.อรรถชัย จินตะเวช : ผู้เชี่ยวชาญระบบแบบจำลองดินและพืช

ถ้าจะกล่าวถึงบุคคลทางเทคโนโลยีสารสนเทศทางการเกษตร ต้องพลาดไม่ได้ที่จะกล่าวถึง ดร. อรรถชัย จินตะเวช แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เป็นคนต้นแบบที่ดีท่านหนึ่ง และต้องขออนุญาตเรียกว่าเป็น รุ่นพี่จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น .. ผมได้ยินชื่อเสียงท่านมานานพอสมควร ก็สิบกว่าปีน่าจะได้ เพราะท่านมีผลงานทางด้านเทคโนโลยีทางการเกษตรเยอะมาก โดยเฉพาะระบบแบบจำลองทางการเกษตรทั้งทางดินและพืชต่าง ๆ ระบบสนันสนุนการตัดสินใจทางการเกษตร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเป็นผู้สร้างบุคลากรรุ่นหลังด้านต่าง ๆ มากมาย ถือว่าท่านเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญกับประเทศท่านหนึ่งเลยก็ว่าได้

วันนี้ 1 ธันวาคม 2554 ด้วยหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้องทำให้ผมได้ทำความรู้จักกับท่านมากขึ้น  และได้มีโอกาสร่วมวงสนทนา และฟังแนวคิด ที่เรียบง่าย สบาย ๆ ของท่าน พร้อมกับการจิบไวน์เย็น ๆ ที่ถูกรินใส่แก้วแบบลูกทุ่ง ๆ ด้วยตัวผมเอง :) แนวคิดและประสบการณ์ที่ถูกถ่ายทอดอย่างมีความสุขสู่ผู้ฟัง ที่นั่งร่วมโต๊ะ 7-8 คน ทำให้ได้แนวคิดหลายอย่าง ในมุมมองที่กว้างขึ้น แง่มุมที่เรายังไม่ได้เคยสัมผัส  ทั้งการเปลี่ยนแปลงของโลก การเมือง วัฒนธรรม… และเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ย้ำเสมอ เช่น สุขภาพเราสำคัญ จึงแนะนำการดื่มน้ำส้มสายชูกลั่นวันละ 1 ช้อนโต๊ะ หรือทานมะนาวสด ๆ สักวันละลูก จะทำให้ช่วยป้องกันมะเร็งได้อย่างน้อย 4 ชนิด หรือการอมหรือบ้วนปากด้วยน้ำมันงา สักวันละ 15-20 นาที ก็จะทำให้สุขภาพปากและฟันดี กลิ่นปากหายไป ฟันไม่ผุ นั่นก็เป็นความห่วงใยที่ท่านอยากแบ่งปันหลังจากที่เคยใช้แล้วได้ผล ..

Comments

Posted in ดิน, พืช, ไอที-เกษตร | Leave a comment

International Sugar Conference IS-2011 : New Delhi, India.

ผมได้มีโอกาสได้เดินทางไปประชุม  4th International  Sugar  Conference (IS-2011) หรือการประชุมนานาชาติ เกี่ยวกับน้ำตาล ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดโดย The International Association of Professionals in Sugar and Integrated Technologies (IAPSIT)  ที่ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 21-25 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งผมเองก็มีโอกาสได้นำเสนอผลงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการจัดการน้ำสำหรับการผลิตอ้อย  โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน จาก 26 ประเทศทั่วโลก ในเนื้อหาการประชุมและการนำเสนอผลงานก็มีหลากหลาย มีตั้งแต่เทคโนโลยีพื้นฐานจนถึงขั้นที่สูงขึ้น แต่ก็เป็นผลงานที่มุ่งเน้นทางด้านเพิ่มผลผลิตอ้อย น้ำตาล และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง รวมถึงการนำเสนอเส้นทางที่จะต้องปรับตัวเข้ากับสภาวะการณ์ ของการเปลี่ยนแปลงของโลก มากขึ้น ส่วนการนำเสนอผลงานทางด้าน IT หรือระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็ยังมีปรากฏไม่มากนัก ส่วนหากจะกล่าวถึงการจัดงานประชุม ก็ถือว่าหลาย ๆ อย่างยังคงต้องควรปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องเวลา เรื่องการประสานงาน ผมก็ถือว่า งานระดับนานาชาติ อาจจะต้องพิถีพิถันมากขึ้น

เนื่องจากประเทศอินเดียมีประชากรมากถึง 1,200 ล้านคน และมีพื้นที่มากกว่าประเทศไทย 6-7 เท่า อาจจะเป็นสาเหตุ หนึ่งที่การพัฒนาต่าง ๆ ยังไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ ถึงแม้นว่าอินเดีย จะมีเมืองที่เป็นเมืองไอทีชั้นนำของโลก ผลิตบุคลากรมากมาย แต่การจัดการด้านไอทีก็ยังขยายตัวได้ไม่ดีนัก การวางโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ยังต้องพัฒนาอีกมาก นอกจากนี้บนถนนที่คราครั่งไปด้วยรถยนต์ที่ยังมีระเบียบน้อย เมื่อเทียบกับประเทศไทย รถแทบทุกคันจะต้องใช้แตร คล้ายกับว่าจะเป็นวัฒนธรรมหรือความเคยชินไปแล้ว ถนนที่ยังดูไม่สะอาดตานัก มีกองขยะเรียงรายตามถนน บ้านเรือนเหมือนไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ท้องฟ้าแทบจะมองไม่เห็นเนื่องจากมีกลุ่มเมฆ หรือหมอก หรือฝุ่น ซึ่งก็ยังไม่สามารถทราบได้

เบื้องต้นที่กล่าว ท่านอาจจะพอนึกภาพตามออกบ้าง แต่หากเข้าไปในสถานที่ส่วนบุคคลหรือหน่วยงาน บรรยากาศก็จะเป็นอีกแบบ เหมือนกับคนละขั้วก็ว่าได้ สถานที่ท่องเที่ยว ก็จัดได้น่าสนใจ เป็นเมืองที่น่าเที่ยวครับ เช่นประตูอินเดีย หรืออนุสรณ์สถานต่าง ๆ … ผมได้มีโอกาสเดินทางไปยัง Taj Mahal ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของอินเดีย คราวหน้าจะมาเล่าบรรยากาศสู่กันฟังนะครับ สำหรับภาพรวมต่าง ๆ ก็ถือว่าการเดินทางครั้งนี้ก็ได้รับประสบการณ์มากมายครับ ทำให้ผมพูดได้ว่า “ประเทศอินเดียไม่ได้อยู่แค่ในจินตนาการอีกต่อไป” เพราะได้ไปรู้ ไปเห็นของจริงมาแล้ว ได้เรียบรู้สภาพบ้านเมือง ชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ก็ถือว่าคุ้มค่าครับ สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณกลุ่มมิตรผล ที่เป็นผู้สนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้ครับ โดยเฉพาะผู้ร่วมเดินทางคือ อ.อัปสร  เปลี่ยนสินไชย  ผอ.ด้านวิจัยและพัฒนา ดร.ปรีชา  พราหมณีย์ ผู้จัดการอาวุโส และคุณรัตนา เมืองมนตรี นักวิจัยเทคโนโลยีน้ำตาล และทีมงานผู้คอยส่งกำลังใจไปจากประเทศไทย ทุกท่าน ก็ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ หลังจากลงจากเครื่องบิน และนั่งรถเข้าโรงแรมเราก็รู้สึกได้ทันทีว่า ประเทศไทยขับรถเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก มีมารยาทดีมาก ไม่บีบแตรถ้าไม่จำเป็น ท้องฟ้าประเทศไทยสดใจมาก ก็เข้าคำกล่าวที่ว่า —อยู่ที่ไหน ก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา — พบกันตอนต่อไปครับ

Comments

Posted in webmaster, ดิน, พืช, ไอที-เกษตร | Leave a comment

งานวันเกษตรภาคอีสาน และประชุมวิชาการ ปี 2555

 สำหรับงานวันเกษตรภาคอีสาน ที่อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นั้นก็มีการจัดเป็นประจำทุกปี ปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 20-29 มกราคม 2555 ในงานก็มีนิทรรศการทางการเกษตร ทั้งภาครัฐและเอกชน การออกร้านจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดประชุมวิชาการเกษตร ครั้งที่ 13 ในวันที่ 23-24 มกราคม 2555 ณ ห้องประชุม กวี จุติกุล คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

สำหรับท่านที่ต้องการส่งผลงาน ก็มีรายละเอียดจากทางคณะผู้จัดงานดังนี้ครับ

นักวิจัย นักวิชาการ อาจารย์ และนักศึกษาที่ประสงค์จะนำเสนอ ผลงานวิจัยในการประชุมวิชาการสามารถส่งใบสมัครลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมวิชาการหรือส่งบทความวิจัยได้ที่ นางสาวสันธิรา ไชยดี ฝ่ายวิจัยคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40002 หรือ ส่ง E-mail แนบไฟล์มาที่ santira.chaidee@gmail.com ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2554

การเตรียมต้นฉบับบทความผลงานวิจัย โดยใช้รูปแบบ “วารสารแก่นเกษตร” มีความยาวของ ไม่เกิน 4 หน้า กระดาษ A4 ดูรายละเอียดการ เตรียมต้นฉบับผลงานวิจัย ได้ที่ http://ags.kku.ac.th/kaj

บทความวิจัยที่นำเสนอในการประชุมวิชาการ จะได้รับการพิจารณาตรวจอ่านจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยบทความวิจัยที่ได้รับการพิจารณาแล้วเท่านั้นจึงจะถูกนำมาตีพิมพ์ใน “วารสารแก่นเกษตร (ฉบับพิเศษ)”
บทความวิจัยที่นำเสนอแบบโปสเตอร์ ให้จัดทำโปสเตอร์ ขนาด 90 x 90 ซม. และนำติดที่บอร์ดภายในเช้าของวันที่
นำเสนอผลงานวิจัย (มีการประกวดและให้รางวัลการนำเสนอผลงานวิจัยภาคบรรยายและการนำเสนอโปสเตอร์ดีเด่น)

ผู้ที่สนใจก็ขอเชิญร่วมงานนะครับ ไปช่วงเย็น ๆ ในงานเกษตรรถก็คงติดมากหน่อย โดยเฉพาะช่วงวันหยุด ยังก็ก็เป็นการกระตุ้นการซื้อขายได้อีกทางหนึ่ง ช่วยชาติได้ครับ :)

Comments

Posted in ดิน, พืช, สัตว์, ไอที-เกษตร | Leave a comment